Blog มึน ๆ ของคนคิดอะไรไม่ออก
In: Diary
5 May 2010เรื่องมันก็มีอยู่ว่าเจ้านายที่บริษัทให้ทำเว็บขายสินค้า ตอนแรกคิดว่าจะให้เขียนขึ้นมาเองไป ๆ มา ๆ เค้าบอกว่าเสียเวลา เค้าอยากให้มันเสร็จเร็ว ๆ จึงแนะนำให้ผมใช้ Free Open-Source e-Commerce ตัวหนึ่ง มีชื่อว่า Prestashop
หลังจากนั้นผมก็ลองค้นหาเจ้า Open Source ตัวนี้จาก google ก็พบกับเว็บไซต์หลัก ลองเข้าไปแล้วดูเว็บไซต์ตัวอย่างที่ทำจาก Prestashop ขอบอกว่าแต่ละเว็บนั้นสวยมาก ๆ เลย ดูดีมีชาติตระกูลมาก ผมจึงได้โหลดมาทดลองบนเครื่องคอมของผมเอง
การ install นั้นทำได้ง่ายมากเหมือนกันพวก CMS ทั่ว ๆ ไป เช่น Joomla, Drupal นี่เองไม่ได้รีเควสอะไรมากมาย ใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาทีก็เสร็จสิ้น โดยหน้าตา Theme เริ่มต้นที่มีมาให้นั้นสำหรับตัวผมเองถือว่าโอเคเลย ( แต่ตอนหลังไปสืบหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เค้าหาว่า theme เริ่มต้นไม่สวยกัน ถึงขั้นรับไม่ได้ก็มี ) จากนั้นทำการ setup config ต่าง ๆ เล็กน้อยก็ใช้งานได้แล้ว
ขั้นต่อไปของผมก็คือ การหา Themes โดยคิดว่าคงจะมี Themes สวย ๆ ให้เลือกเยอะ เหมือนกับที่เห็นใน Demo ของเว็บไซต์ก็ต้องผิดหวัง เพราะ หาแทบไม่ได้เลย ถ้ามีที่แจก ๆ กันก็ไม่โดนใจผมซักเท่าไร
เนื่องด้วย Themes สวย ๆ ส่วนมากจะเป็นแบบจ่ายเงินซื้อนั้นเองทำเอาผมผิดหวังเล็กน้อย ( ฟรีแล้วมันยังบ่นอีก ) แต่ก็ไม่เป็นไรยังพอมีที่พอดูได้อยู่บ้าง จากนั้นก็ทำการแอดสินค้า ซึ่งใน ส่วนของ Admin นั้นผมถือว่าทำได้ดีพอสมควรดูแล้วเข้าใจง่าย ไม่นานนักก็เสร็จสิ้นลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าได้แล้ว ใช้เวลาในการลงและ add สิ้นค้าจำนวนหนึ่งประมาณ ชม. กว่าเท่านั้น
แต่ปัญหาใหญ่ที่ผมได้เจอก็เมื่อผมอยากลองทำเล่นดูบ้าง โดยทำเป็นเว็บภาษาไทยก็พบกับปัญหามากมาย เพราะถึง Prestashop จะมีตัว translation ให้ download เพื่อเปลี่ยนเป็นภาษาอื่น ๆ มากมาย แต่มันก็ไม่ได้ Support ทั้งหมดซะทีเดียว ตัวอย่างเช่น ถึงจะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถ add สิ้นค้าที่เป็นภาษาไทยได้อยู่ดีต้องแก้ไฟล์กันเลยทีเดียว ปัญหายังไม่จบแค่นั้นหลังจาก แก้ให้สิ้นค้าเป็นภาษาไทยแล้ว ยังไม่วายมีปัญหากับ Search อีก เพราะไม่ได้ทำมา support ภาษาไทยเลย ต้องแก้กันอีกยกใหญ่
ส่วนวิธีแก้ผมจะมาบอกอีกทีในคราวต่อ ๆ ไป สรุปได้ว่า Prestashop นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่เดียวสำหรับทำเว็บ e-Commerce แต่้ถ้าอยากทำเป็นภาษาไทยก็คงเหนื่อยกันหน่อยแหละ แต่รวม ๆ แล้วก็ืถือว่าดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
In: Diary
3 May 2010หลังจากที่เริ่มเรียนอาทิตย์แรก ก็ยังงง ๆ กับชีวิตอยู่เพราะห่างหายจากการเรียนมานาน ทั้งต้องหาเพื่อนใหม่ แบ่งกลุ่มทำรายงาน และเวลาอ่านหนังสือที่น้อยนิด เพราะต้องทำงานไปด้วย
เวลาเรียนก่อนที่จะสอบกลางภาคก็ประมาณ 7 อาทิตย์ เีรียกว่าถ้าไม่อ่านหนังสือแต่เนิ่น ๆ อาจะไม่รอดก็เป็นได้ แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ตอนนี้พยายามงดงานอดิเรกที่ไร้สาระออกไปเพื่อให้มีเวลาอ่านหนังสือและทำงานนอก แต่ต้องดูอีกทีว่าถ้าเรียนหนักมาก ๆ ก็คงจะงดงานนอกไปด้วย ยังไงก็ต้องเอาเรียนจบไว้ก่อน อย่างอื่นไว้ที่หลัง
ส่วนโปรเจคต่าง ๆ ที่คิดจะทำทั้งเรื่องทำเกมบนเว็บ หรือขยายกิจการทำเว็บไซต์คงต้องพับเก็บไปก่อนค่อยว่ากันอีกที
In: Diary
1 May 2010วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกของผม หลังจากได้ห่างหายจากการเรียนมหาลัยเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทำให้ต้องปรับตัวกันหลายอย่าง ทั้งเวลาการตื่นนอน การกินอาหารเช้า อีกทั้งภาระหน้าที่ที่มากขึ้น
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการแบ่งเวลาอ่านหนังสือ เพราะลำพังแบ่งเวลาทำงานก็ยากอยู่แล้ว และต้องพยายามทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ให้มาก ๆ เอาไว้ เนื่องจากต้องมีการทำรายงานหลายชิ้น การเรียนส่วนมากจะเป็นแบบกลุ่ม ถ้าเรียนคนเดียวอาจจะไม่รอดก็เป็นได้
อย่างไรก็ตามก็หวังว่าผมจะผ่านมันไปได้ด้วยดี จึงต้องพยายามให้เต็มที่เพื่อที่จะไม่เสียเวลาและเสียเงินฟรี
In: Diary
27 Apr 2010ช่วงนี้รู้สึกว่าความรับผิดชอบ ( ที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว ) ของผมลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนผมคิดว่าถ้าปล่อยไปแบบนี้ มันอาจจะติดเป็นนิสัยจนแก้ไม่ได้เลยก็ได้ จึงอยากตัดไฟแต่้ต้นลม อันที่จริงอาจจะปลาย ๆ ลมแล้วก็ได้ -.-
โดยวางแผนไว้ว่าจะทำัตัวใหม่ตื่นเช้า ทำงานที่ค้างคาให้เสร็จ แต่จะทำได้หรือเปล่าอันนี้ตัวผมเองยังไม่แน่ใจเลย มหาลัยก็ใกล้จะเปิดเข้ามาทุกที ๆ ต้องรับภาระที่หนักขึ้นเรื่องการอ่านหนังสือ แล้วไอ้คนที่ขี้เกียจมาตลอดทั้งชีวิตอย่างผมจะทำได้จริง ๆ เหรอเนี้ยไม่เชื่อใจตัวเองเลยจริง ๆ เถอะ
เจ้านายก็บ่นอยู่ทุกวันว่าให้มาทำงานเร็วหน่อย ทั้ง ๆ ที่ทำงานเริ่ม 10 โมงเช้าแท้ ๆ แต่เอ็งก็อุตส่าไป 11.30 โมงทุกทีให้ตายเถอะ อาจเป็นเพราะคนอย่างผมชอบให้คนอื่นมากระตุ้นมากเกินไป พอเจอคนใจดีเข้าให้เลยได้ใจ แต่ก็ยังพอมีความละอายใจอยู่บ้าง
ดังนั้น พรุ่งนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะไปทำงานให้ทัน 10 โมง แต่ก็ไม่วายมานั่งเขียน Blog ตอนตี 1 – -” ว่าแล้วก็ไปนอนซะเลยดีกว่า
In: Diary
25 Apr 2010
ในที่สุดภาคใหม่ของ Gundam ที่หลายคนรอคอยก็ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชื่อภาคว่า Gundam Unicorn นั้นเอง ส่วนตัวผมได้ดูไปแล้ว 1 ตอนก็พบว่าภาคนี้เป็นเหตุการณ์ในช่วง U.C. 0096 ครับ หลังจาก Char’s Counterattack ( ตัวละครในเรื่องมันว่างั้นงะ ) ตัวละครเก่า ๆ ก็ยังถูกกล่าวถึงอยู่ แต่ไม่ทราบว่าจะมีบทบาทในภายหลังหรือไม่ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะแฟนกันดั๊มยังไงก็ไม่พลาดอยู่แล้วใช่มั๊ยล่ะ !!
In: Diary
23 Apr 2010สวัสดีครับ เริ่มต้นขอกล่าวทักทายกันก่อนถึงแม้จะไม่มีใครมาอ่าน Post แรกของผมก็ตาม แต่ก็เผื่อฝลุ๊คว่าบางทีอาจจะมีคนเข้ามามั่ว ๆ ทาง Google หรือทางอื่น ๆ โดยบังเอิญ แล้วดันเผลออ่านโดยไม่ได้ตั้งใจหรือปิดหน้า Page ไม่ทันก็รับคำทักทายผมไว้ด้วยแล้วกัน หวังว่ามันคงไม่ทำให้ท่านทุกข์ใจหรือเดือนร้อนอันใด
Blog นี้สร้างมาเพื่อเขียนบทความทั่ว ๆ ไป ที่ผู้เขียนอยากจะเขียนอยากจะ Post ไม่มีเหตุผล หรืออาจจะเป็นไดอารี่ที่เขียนไว้เผื่ออ่านยามแก่ สรุปง่าย ๆ ว่ายังคิดอะไรไม่ออกนั่นเอง แต่ก็ไม่แน่ว่าบางทีมันอาจจะเป็นประโยชน์กับตัวเราหรือใครบ้างสักนิดในภายหลัง
ที่สำคัญบทความแรกขอกล่าวขอบคุณสำหรับพื้นที่ Host จาก www.animexz.net มาที่นี้ด้วยครับ
ดังนั้น วันนี้ก็ขอฝากไว้เท่านี้ก่อนแล้วกัน
Web Programmer ที่วัน ๆ ไม่ค่อยจะทำอะไรเอาแต่อู้งานกับแอบโหลดหนังตอนเจ้านายไม่อยู่ นอนดึกตื่นสายเป็นอาจิน เงินเดือนถึงไม่ขึ้นซักที มีความสนใจในด้านเขียนโปรแกรม,กราฟฟิกดีซาย สามารถปรึกษาเกี่ยวกับการเขียนเว็บไซต์ได้ แต่จะช่วยได้รึป่าวนั้นอีกเรื่องนึง - -"